สร้างใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี
ออกใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หรือบิลเงินสด พรีวิวแบบ A4 ทันที คำนวณ VAT และหัก ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติ ดาวน์โหลดเป็น PDF ได้ในนาทีเดียว ไม่ต้องสมัครสมาชิก
ใบเสร็จรับเงิน คือหลักฐานยืนยันว่าผู้ขายได้รับชำระเงินจากลูกค้าแล้ว ส่วนใบกำกับภาษีคือเอกสารเฉพาะของผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ที่ต้องแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มแยกชัดเจน เครื่องมือนี้ออกได้ทั้งใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบแจ้งหนี้ และบิลเงินสด กรอกฟอร์มแล้วเห็นพรีวิวแบบ A4 ทันที คำนวณ VAT และหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติ ดาวน์โหลดเป็น PDF ได้เลยโดยไม่มีข้อมูลถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์
ประเภทเอกสาร
ผู้ขาย (จำข้อมูลไว้ให้อัตโนมัติในเครื่องนี้)
ลูกค้า / ผู้จ่ายเงิน
เอกสาร
รายการสินค้า/บริการ
| # | รายการ/รายละเอียด | จำนวน | หน่วย | ราคาต่อหน่วย | ส่วนลด | จำนวนเงิน |
|---|
สรุปยอด
ลายเซ็น
เมื่อได้ไฟล์ PDF แล้ว ส่งให้ลูกค้าทาง LINE หรืออีเมลได้ทันที ถ้าแนบเป็นลิงก์ดาวน์โหลดแทนไฟล์แนบ แนะนำย่อลิงก์ให้สั้นที่หน้าแรก WOW.in.th ก่อนส่ง
- ใบเสร็จรับเงินออกได้ทุกร้าน ไม่ว่าจะจด VAT หรือไม่ แต่ใบกำกับภาษีออกได้เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT เท่านั้น
- ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีข้อมูลครบตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร มิฉะนั้นลูกค้าใช้ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้
- ต้องเก็บสำเนาเอกสารทางบัญชีไว้อย่างน้อย 5 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด
- ถ้าธุรกิจยังไม่จด VAT ให้ออกเป็นใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสด ห้ามแสดง VAT แยกในเอกสาร
- เครื่องมือนี้สลับสร้างได้ทั้ง 5 ประเภทเอกสารในหน้าเดียว รวมถึงแปลงจากใบเสนอราคาเป็นใบเสร็จได้ในคลิกเดียว
ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี บิลเงินสด ต่างกันยังไง?
ทั้งสามเป็นเอกสารที่ออกหลังรับชำระเงินแล้ว แต่มีสถานะทางกฎหมายต่างกัน ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานทั่วไปว่าได้รับเงินแล้ว ออกได้ทุกกิจการ บิลเงินสดมักใช้กับร้านค้ารายย่อยที่ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดไม่จด VAT ส่วนใบกำกับภาษีเป็นเอกสารเฉพาะของผู้ประกอบการจด VAT ที่ต้องแยกภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากราคาสินค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ซื้อนำไปใช้เป็นภาษีซื้อหักออกจากภาษีขายได้ ในทางปฏิบัติร้านค้าที่จด VAT ส่วนใหญ่จะออกเป็นเอกสารใบเดียวที่ระบุทั้ง "ใบกำกับภาษี" และ "ใบเสร็จรับเงิน" พร้อมกัน ตามที่เครื่องมือนี้ตั้งค่าไว้ให้อัตโนมัติเมื่อเลือกประเภทนี้
| เอกสาร | ใครออกได้ | แสดง VAT แยก | ใช้ขอคืนภาษีซื้อได้ |
|---|---|---|---|
| ใบเสร็จรับเงิน | ทุกกิจการ ไม่ว่าจด VAT หรือไม่ | ไม่จำเป็น | ไม่ได้ |
| บิลเงินสด | ร้านค้ารายย่อยไม่จด VAT | ห้ามแสดง | ไม่ได้ |
| ใบกำกับภาษี | ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT เท่านั้น | บังคับแสดงแยก | ได้ (ถ้าครบตามมาตรา 86/4) |
ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีอะไรบ้างตามมาตรา 86/4?
ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 86/4 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการครบถ้วนดังนี้ ผู้ซื้อจึงจะนำไปใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อได้ถูกต้อง
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย
- ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ (พร้อมเลขผู้เสียภาษีและสาขา ถ้าผู้ซื้อจด VAT ด้วย)
- เลขที่ ใบกำกับภาษี และเล่มที่ (ถ้ามี)
- รายการ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คำนวณจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ แยกออกจากราคาสินค้าอย่างชัดเจน
- วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
- ข้อความระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่ออกใบกำกับภาษี
เครื่องมือนี้มีช่องกรอกครบทั้ง 8 ข้อไว้แล้ว เมื่อเลือกประเภทเอกสารเป็น "ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" ระบบจะเปิด VAT ให้อัตโนมัติและจัดหัวเอกสารให้ตรงตามข้อกำหนดทันที
ร้านค้าไม่จด VAT ออกใบเสร็จได้ไหม?
ได้แน่นอน ร้านค้าและกิจการทุกขนาดสามารถออกใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสดได้ตามปกติ เพราะเป็นเพียงหลักฐานว่าได้รับเงินแล้ว ไม่ใช่เอกสารภาษี ข้อที่ต้องระวังคือห้ามออกใบกำกับภาษีหรือแสดงตัวเลข VAT แยกในเอกสาร เพราะเป็นสิทธิ์เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรแล้วเท่านั้น หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดทางภาษี ถ้าธุรกิจเริ่มมีรายได้เข้าใกล้ 1.8 ล้านบาทต่อปี ควรเริ่มศึกษาการจดทะเบียน VAT ไว้ล่วงหน้า
ออกใบเสร็จออนไลน์ยังไงใน 3 ขั้นตอน?
- กรอกข้อมูลผู้ขาย ผู้ซื้อ และรายการที่รับเงิน — ข้อมูลผู้ขายจำไว้อัตโนมัติในเครื่องนี้ ครั้งต่อไปไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ เพิ่มรายการสินค้า/บริการที่รับเงินพร้อมจำนวนเงินได้ไม่จำกัดแถว
- เลือกประเภทเอกสารและตั้งค่า VAT ให้ตรงร้าน — เลือกใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หรือบิลเงินสด ระบบปรับหัวเอกสารและเปิด/ปิด VAT ให้อัตโนมัติตามประเภทที่เลือก
- ตรวจพรีวิว A4 แล้วดาวน์โหลด PDF — พรีวิวอัปเดตแบบเรียลไทม์ทุกครั้งที่พิมพ์ ตรวจครบแล้วกด "ดาวน์โหลด PDF" เพื่อพิมพ์หรือเก็บเป็นหลักฐานทางบัญชีทันที
e-Tax Invoice คืออะไร ต้องใช้ไหม?
e-Tax Invoice & e-Receipt คือระบบใบกำกับภาษีและใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้น ให้ผู้ประกอบการส่งข้อมูลใบกำกับภาษีเข้าระบบโดยตรงผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติ แทนการพิมพ์กระดาษแจกลูกค้า มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าใบกำกับภาษีกระดาษทุกประการ ปัจจุบันยังไม่บังคับสำหรับ SME ทั่วไป แต่ธุรกิจที่ทำธุรกรรมกับหน่วยงานราชการหรือบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากมักถูกขอให้เข้าร่วมระบบนี้ เพราะช่วยลดต้นทุนกระดาษและทำให้ตรวจสอบย้อนหลังง่ายขึ้นมาก ถ้าธุรกิจยังเล็กและออกเอกสารไม่กี่ฉบับต่อเดือน การใช้เครื่องมือสร้างเอกสาร PDF แบบนี้ควบคู่กับซอฟต์แวร์บัญชีทั่วไปก็เพียงพอแล้ว
เก็บสำเนาใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีไว้กี่ปี?
ตามกฎหมายบัญชีและประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้ประกอบการเก็บเอกสารหลักฐานทางบัญชี รวมถึงใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี ไว้อย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ลงรายการบัญชี เพื่อรองรับการตรวจสอบจากกรมสรรพากรหรือผู้สอบบัญชี แนะนำให้เก็บทั้งไฟล์ PDF ต้นฉบับและสำรองขึ้นระบบคลาวด์ควบคู่กับสำเนากระดาษ (ถ้ามี) เพื่อป้องกันไฟล์สูญหายและค้นหาย้อนหลังได้รวดเร็วเมื่อจำเป็น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ หนึ่ง ออกใบกำกับภาษีทั้งที่ยังไม่ได้จด VAT ซึ่งผิดกฎหมายและลูกค้านำไปขอคืนภาษีไม่ได้ สอง ข้อมูลเลขผู้เสียภาษีหรือที่อยู่ผิด ทำให้เอกสารใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีไม่ได้เต็มรูป สาม ลืมระบุสำนักงานใหญ่/สาขา ซึ่งเป็นข้อบังคับของใบกำกับภาษีเต็มรูป สี่ วันที่ในเอกสารไม่ตรงกับวันที่รับเงินจริง กระทบรอบบัญชีและการยื่นภาษี และห้า ไม่เก็บสำเนาให้ครบ 5 ปี ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้เมื่อสรรพากรเรียกดู เครื่องมือนี้ช่วยลดความผิดพลาดเหล่านี้ด้วยฟอร์มที่มีช่องข้อมูลครบตามข้อกำหนด และปรับหัวเอกสารให้ถูกต้องอัตโนมัติตามประเภทที่เลือก