คำนวณหัก ณ ที่จ่าย
เลือกประเภทเงินที่จ่าย ใส่จำนวนเงิน ได้ยอดหักภาษีและยอดโอนสุทธิทันที รองรับ VAT 7% และคำนวณย้อนกลับจากยอดโอนสุทธิ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือเงินภาษีที่ผู้จ่ายเงินต้องหักไว้บางส่วนก่อนโอนให้ผู้รับ แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน อัตราที่พบบ่อยที่สุดคือ 3% สำหรับค่าจ้างทำของและค่าบริการทั่วไป ส่วนค่าเช่าหักที่ 5% และค่าขนส่งหักที่ 1% เครื่องมือนี้ช่วยคำนวณยอดหักและยอดโอนสุทธิให้ทันที เลือกได้ว่าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา (ยื่น ภ.ง.ด.3) หรือนิติบุคคล (ยื่น ภ.ง.ด.53)
| รายการ | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|
- อัตราหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อยที่สุดคือ 3% (ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ/วิชาชีพอิสระ) รองลงมาคือ 5% (ค่าเช่า) และ 1-2% (ค่าขนส่ง/ค่าโฆษณา/ค่าเบี้ยประกัน)
- เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องหักโดยทั่วไปคือ 1,000 บาทต่อครั้งหรือต่อสัญญา
- คำนวณหัก ณ ที่จ่ายจากยอดก่อน VAT เสมอ ไม่ใช่ยอดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ผู้รับบุคคลธรรมดาผู้จ่ายยื่น ภ.ง.ด.3 ส่วนผู้รับนิติบุคคลยื่น ภ.ง.ด.53
- ต้องยื่นแบบและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (e-filing ขยายได้อีก 8 วัน) พร้อมออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้ผู้รับเงิน
หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร ใครมีหน้าที่หัก?
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคือระบบที่กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงิน (นิติบุคคลหรือบุคคลที่กฎหมายกำหนด) มีหน้าที่หักภาษีไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับ แล้วนำเงินภาษีที่หักไว้ไปยื่นแบบและนำส่งให้กรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน เป็นกลไกที่กรมสรรพากรใช้เก็บภาษีล่วงหน้าแบบทยอยตลอดปี แทนที่จะรอให้ผู้เสียภาษียื่นและจ่ายก้อนเดียวตอนสิ้นปี ผู้มีหน้าที่หักโดยทั่วไปคือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ่ายเงินได้ประเภทค่าจ้าง ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าโฆษณาให้บุคคลอื่น ทั้งกรณีผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ส่วนบุคคลธรรมดาที่จ่ายเงินทั่วไปโดยไม่ได้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ไม่มีหน้าที่หัก ยกเว้นกรณีเฉพาะที่กฎหมายกำหนดไว้
อัตราหัก ณ ที่จ่ายแต่ละประเภทเท่าไหร่?
อัตราหัก ณ ที่จ่ายแตกต่างกันตามประเภทเงินได้ที่จ่าย ตารางนี้สรุปอัตราหลักที่ใช้บ่อยที่สุดในธุรกิจไทย พร้อมแบบฟอร์มที่ต้องยื่นตามประเภทผู้รับเงิน
| ประเภทเงินที่จ่าย | อัตรา | ผู้รับบุคคลธรรมดา | ผู้รับนิติบุคคล |
|---|---|---|---|
| ค่าจ้างทำของ / ค่าบริการ | 3% | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
| ค่าเช่าทรัพย์สิน | 5% | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
| ค่าขนส่ง | 1% | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
| ค่าโฆษณา | 2% | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
| วิชาชีพอิสระ (บัญชี/กฎหมาย/ออกแบบ) | 3% | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
| ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย | 1% | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
| รางวัล/ส่วนลด/ส่งเสริมการขาย | 3% | ภ.ง.ด.3 | ภ.ง.ด.53 |
คำนวณหัก ณ ที่จ่าย 3% ยังไง?
สูตรคำนวณหัก ณ ที่จ่ายทำได้ง่ายๆ คือ ยอดหักภาษี = ยอดเงินก่อน VAT × อัตราภาษี แล้ว ยอดโอนสุทธิ = ยอดเงินก่อน VAT − ยอดหักภาษี ตัวอย่างเช่น จ้างฟรีแลนซ์ทำงานออกแบบราคา 10,000 บาท (ยังไม่รวม VAT) ในอัตราวิชาชีพอิสระ 3% จะคำนวณได้ดังนี้ ยอดหักภาษี = 10,000 × 3% = 300 บาท และยอดที่ต้องโอนให้ผู้รับจริง = 10,000 − 300 = 9,700 บาท ผู้จ่ายเงินต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) มูลค่า 300 บาทให้ผู้รับเงินเก็บไว้ใช้ยื่นภาษีปลายปีด้วย
ถ้ามี VAT ด้วยคิดจากยอดไหน?
กฎสำคัญที่พลาดกันบ่อยคือต้องคำนวณหัก ณ ที่จ่ายจากยอดก่อน VAT เท่านั้น เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่รายได้ของผู้รับเงิน ตัวอย่างเลขจริง สมมติค่าบริการ 10,000 บาท บวก VAT 7% = 700 บาท รวมเป็นยอดในใบแจ้งหนี้ 10,700 บาท การหัก ณ ที่จ่าย 3% ต้องคำนวณจาก 10,000 บาทเท่านั้น ได้ยอดหัก = 10,000 × 3% = 300 บาท ไม่ใช่หักจาก 10,700 บาท ดังนั้นยอดที่ผู้ว่าจ้างต้องโอนจริงคือ 10,700 − 300 = 10,400 บาท (คือยอดรวม VAT หักด้วยยอดภาษีที่หักไว้) ตัวอย่างนี้ตรงกับตัวเลือก "ยอดนี้ยังไม่รวม VAT → บวก VAT 7% ให้" ในเครื่องมือด้านบน ซึ่งจะบวก VAT ให้จากยอดก่อนภาษี ส่วนถ้ายอดที่ได้มาเป็นยอดรวม VAT อยู่แล้ว ให้เลือก "ยอดนี้รวม VAT แล้ว → ถอด VAT ออกก่อน" ระบบจะถอด VAT ออกให้อัตโนมัติก่อนคำนวณ ป้องกันการหักผิดฐาน หรือถ้าไม่มี VAT เกี่ยวข้องเลยก็เลือก "ไม่มี VAT" อ่านเพิ่มเติมเรื่องการคิด VAT ได้ที่ เครื่องมือคำนวณ VAT 7%
ฟรีแลนซ์โดนหัก 3% เอาคืนได้ไหม?
ได้แน่นอน เงินที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่เงินที่เสียไปฟรี แต่เป็นภาษีที่จ่ายล่วงหน้าซึ่งนำไปเครดิตตอนยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้ ฟรีแลนซ์ควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากทุกงานตลอดปีไว้ให้ครบ แล้วนำยอดรวมไปกรอกตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (มีรายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (มีเฉพาะเงินเดือน) ถ้ายอดภาษีที่ถูกหักไว้ทั้งปีมากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริงตามฐานรายได้ สรรพากรจะคืนเงินส่วนต่างให้ ซึ่งพบบ่อยมากในกลุ่มฟรีแลนซ์ที่มีค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนได้เยอะ
ต้องยื่นแบบและนำส่งเมื่อไหร่?
ผู้จ่ายเงินที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 (ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (ผู้รับเป็นนิติบุคคล) พร้อมนำส่งเงินภาษีให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน เช่นจ่ายเงินเดือนกันยายน ต้องยื่นและนำส่งภายในวันที่ 7 ตุลาคม หากยื่นผ่านระบบยื่นแบบออนไลน์ (e-filing) ของกรมสรรพากรจะได้รับสิทธิ์ขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน การยื่นล่าช้าจะมีทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงควรตั้งระบบเตือนความจำทุกต้นเดือนไว้ล่วงหน้า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาคำนวณหัก ณ ที่จ่าย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดมีสี่ข้อ หนึ่ง หักจากยอดรวม VAT แทนที่จะหักจากยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม สอง ใช้อัตราผิดประเภท เช่นสับสนระหว่างค่าจ้างทำของ 3% กับค่าเช่า 5% สาม ลืมออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้ผู้รับเงินหลังหักภาษีแล้ว ทำให้ผู้รับไม่มีหลักฐานไปเครดิตภาษี สี่ ยื่นแบบเกินกำหนดวันที่ 7 จนต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น การใช้เครื่องมือคำนวณและตั้งระบบเตือนล่วงหน้าช่วยลดความผิดพลาดเหล่านี้ได้มาก
หมายเหตุ: อัตราหัก ณ ที่จ่ายในหน้านี้อ้างอิงตามประมวลรัษฎากรสำหรับกรณีทั่วไป กรณีพิเศษควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีอีกครั้ง